หน้าหลัก  เกี่ยวกับวัด  พระพุทธศาสนา กิจกรรม  โรงเรียน  ปฏิทินทำบุญ เที่ยวชมวัด ภาพกิจกรรม ติดต่อสอบถาม
ยินดีต้อนรับสู่วัดพุทธานุสรณ์

ขอเชิญร่วมงานมหาสงกรานต์

วันเสาร์ที่ ๑๔ - อาทิตย์ที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๐

๙:๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น.

ณ วัดพุทธานุสรณ์

เมืองฟรีมอนท์ ซาน ฟรานซิสโก เบย์ แอเรีย

ตักบาตร... ถวายสังฆทาน... สรงน้ำพระประจำวัน... สรงน้ำพระสงฆ์... รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่... ปล่อยนก - ปล่อยปลา...

นำรูปภาพ รายชื่อ หรืออัฐิ(กระดูก) ของบรรพบุรุษไปร่วมพิธีบังสุกุลเพื่อน้อมบูชาพระคุณและอุทิศส่วนบุญแด่ดวงวิญญาณของท่าน

กรุณาใช้ Carpool และจอดรถ

ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

ประกาศสงกรานต์ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๐

ปีกุน (มนุษย์ผู้หญิง ธาตุน้ำ) นพศก จุลศักราช ๐๓๖๙ ทางจัืนทรคติ เป็น อธิกมาส ปกติวาร ทางสุริยคติ เป็น ปกติสุรทิน

วันที่ ๑๔ เมษายน เป็น วันมหาสงกรานต์ ตรงกับวันเสาร์ แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๕ เวลา ๑๒ นาฬิกา ๓๖ นาที ๓๗ วินาที

นางสงการนต์ ทรงนามว่า มโหธรเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกสามหาว อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงตรีศูรย์ เสด็จนั่งมาเหนือหลังนกยูง เป็นพาหนะ

วันที่ ๑๖ เมษายน เวลา ๑๖ นาฬิกา ๔๐ นาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่เป็น ๑๓๖๙

ปีนี้ วันอาทิตย์ เป็น ธงชัย, วันจันทร์ เป็นอธิบดี, วันเสาร์ เป็นอุบาทว์, วันพุธ เป็นโลกาวินาศ

งกรานต์ แปลว่า การย้ายที่ เคลื่อนที่ คือพระอาทิตย์ย่างขึ้นสู่ราศีเมษ (เดือนเมษายน) นักขัตฤกษ์เนื่องในการขึ้นปีใหม่อย่างเก่าของไทย ซึ่งกำหนดตามสุริยคติตกวันที่ ๑๓-๑๔-๑๕ เมษายน ตามปรกติสงกรานต์เป็นพิธีแสดงความยินดีที่ได้มีชีวิตย่างขึ้นปีใหม่ เรียกว่ารับปีใหม่

วันปีใหม่ คือวันมหาสงกรานต์ได้แก่วันที่ ๑๓ เมษายน วันที่ ๑๔ เป็นวันเนา คือวันพักผ่อนหรือทำบุญ วันที่ ๑๕ เป็นวันเถลิงศก หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าพระยาวัน คือวันขึ้นศักราชใหม่

รื่องของสงกรานต์นี้ปรากฏในศิลาจารึกที่วัดพระเชตุพนฯว่าเศรษฐีคนหนึ่งไม่มีบุตร บ้านอยู่ใกล้กับบ้านนักเลงสุรา นักเลงสุรามีบุตรสองคน มีผิวเนื้อเหมือนทอง วันหนึ่งนักเลงสุรานั้นได้เข้าไปกล่าวคำหยาบช้าต่อเศรษฐี เศรษฐีจึงถามว่า เหตุไรจึงมาหมิ่นประมาทเราผู้มีสมบัติมาก นักเลงสุราจึงตอบว่า ถึงท่านมีสมบัติก็ไม่มีบุตร ตายแล้วก็จะสูญเปล่า เรามีบุตรเห็นว่าประเสริฐกว่าท่าน เศรษฐีมีความละอาย จึงบวงสรวงพระอาทิตย์พระจันทร์ตั้งอธิษฐานขอบุตรถึง ๓ ปี ก็ไม่มีบุตร

อยู่มาถึงวันนักขัตฤกษ์สงกรานต์ พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ เศรษฐีจึงพาบริวารไปที่ต้นไทรริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งมีฝูงนกอาศัยอยู่ ได้เอาข้าวสารล้างน้ำ ๗ ครั้ง แล้วหุงบูชา พระไทร ประโคมพิณพาทย์ ตั้งอธิษฐานขอบุตร พระไทรมีความสงสารเศรษฐี จึงเหาะไปเฝ้าพระอินทร์ พระอินทร์ได้ให้ธรรมบาลเทพบุตรลงมาปฏิสนธิในครรภ์ภรรยาเศรษฐี เมื่อภรรยาเศรษฐีตั้งครรภ์ครบกำหนดแล้ว ได้คลอดบุตรออกมาเป็นชายให้ชื่อว่าธรรมบาลกุมารและปลูกปราสาท ๗ ชั้น ที่ใต้ต้นไทรริมฝั่งแม่น้ำนั้นให้ธรรมบาลกุมารอยู่ ธรรมบาลกุมารเจริญวัยขึ้นก็รู้ภาษานก แล้วเรียนไตรเพทจบเมื่ออายุได้เจ็ดขวบ ได้เป็นอาจารย์บอกมงคลการต่าง ๆ แก่มนุษย์

ในขณะนั้น โลกทั้งหลายนับถือท้าวกบิลพรหม องค์หนึ่งว่าเป็นผู้แสดงมงคลแก่มนุษย์ทั้งปวง เมื่อกบิลพรหมทราบ จึงลงมาถามปัญหาธรรมบาลกุมาร ๓ ข้อ สัญญาไว้ว่าถ้าแก้ปัญหาได้จะตัดศีรษะบูชา ถ้าแก้ไม่ได้จะตัดศีรษะธรรมบาลกุมารเสีย ปัญหานั้นมีว่า

ข้อ ๑ เช้าราศีอยู่แห่งใด

ข้อ ๒ เที่ยงราศีอยู่แห่งใด

ข้อ ๓ ค่ำราศีอยู่แห่งใด

ธรรมบาลกุมารขอผัด ๗ วัน ครั้นล่วงไปได้ ๖ วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังคิดไม่ออก นึกว่าพรุ่งนี้จะตายด้วยอาญาท้าวกบิลพรหมแล้ว หนีดีกว่า จึงลงจากปราสาทไปนอนอยู่ใต้ต้นตาล บนต้นตาลนั้นมีนกอินทรีสองตัวผัวเมียทำรังอาศัยอยู่ พอตกค่ำนางนกอินทรีถามสามีว่าพรุ่งนี้จะได้อาหารที่ไหน นกอินทรีสามีบอกว่าจะได้กินศพธรรมบาลกุมาร ซึ่งท้าวกบิลพรหมจะฆ่า เพราะทายปัญหาไม่ออก นางนกถามว่าปัญหานั้นอย่างไร สามีบอกว่า ปัญหามีอยู่ ๓ ข้อ ข้อ ๑ เช้าราศีอยู่แห่งใด ข้อ ๒ เที่ยงราศีอยู่แห่งใด ข้อ ๓ ค่ำราศีอยู่แห่งใด นางนกถามว่าจะแก้อย่างไร สามีบอกว่า เช้าราศีอยู่ที่หน้า มนุษย์ทั้งหลายจึงล้างหน้าในตอนเช้า เที่ยงราศีอยู่ที่อก มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาเครื่องหอมประพรมที่อก ค่ำราศีอยู่ที่เท้า มนุษย์ทั้งหลายจึงล้างเท้าก่อนนอน

ธรรมบาลกุมารได้ยินดังนั้นก็กลับไปที่ปราสาท ครั้นรุ่งขึ้นท้าวกบิลพรหมมาถามปัญหา ธรรมบาลกุมารก็แก้ตามที่ได้ยินมา ท้าวกบิลพรหมจึงตรัสเรียกเทพธิดาทั้งเจ็ดอันเป็นบริจาริกาพระอินทร์มาพร้อมกัน แล้วบอกว่าเราจะตัดศีรษะบูชาธรรมบาลกุมาร ศีรษะของเราถ้าจะตั้งไว้บนแผ่นดิน ไฟก็จะไหม้โลก ถ้าจะทิ้งไปบนอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งในมหาสมุทร น้ำก็จะแล้ง จึงให้ธิดาทั้งเจ็ดนั้น เอาพานมารับศีรษะ แล้วก็ตัดศีรษะส่งให้ธิดาผู้ใหญ่ นางจึงเอาพานมารับพระเศียรบิดาไว้แล้วแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุ ๖๐ นาที แล้วก็เชิญไปประดิษฐานไว้ในมณฑปถ้ำคันธธุลีเขาไกรลาศ บูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่าง ๆ พระเวสสุกรรมก็เนรมิตโรงประดับด้วยแก้ว ๗ ประการ ชื่อภควดีให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงก็นำเอาเถาฉมูนาดลงมาล้างในสระอโนดาต ๗ ครั้ง แล้วแจกกันสังเวยทุก ๆ พระองค์ ครั้นถึงครบกำหนด ๓๖๕ วัน โลกสมมติว่าปีหนึ่ง เป็นวันสงกรานต์ นางธิดา ๗ องค์ จึงผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลหาพรหม ออกแห่ประทักษิณเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วกลับไปเทวโลกที่จารึกในวัดพระเชตุพนฯมีใจความดังกล่าวมานี้